ตั้งเวลา Campaign — Schedule แบบละเอียด
กำหนดช่วงเวลาที่อนุญาตให้ Agent โทรออก ครอบคลุม Start/End Date, Weekly Schedule, Timezone, Retry Policy และการยกเว้นวันหยุด
Campaign Schedule คืออะไร
Campaign Schedule (ตารางเวลาของ Campaign) คือชุดกฎที่กำหนดให้ระบบทราบว่า ช่วงเวลาใดบ้างที่อนุญาตให้ Agent โทรออก ครอบคลุมตั้งแต่การเริ่มโทรในวันและเวลาใด ไปจนถึงกรณีที่ลูกค้าไม่รับสายว่าจะลองโทรซ้ำกี่ครั้ง
เปรียบเทียบให้เห็นภาพ: Schedule เปรียบเสมือน ตารางเวรของพนักงาน Call Center ที่ระบุว่ามาทำงานวันใด เริ่มและเลิกกี่โมง และหากโทรแล้วลูกค้าไม่รับสาย ควรรออีกกี่ชั่วโมงจึงลองใหม่ ทั้งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้ Agent โทรหาลูกค้าในเวลากลางดึก หรือโทรซ้ำจนลูกค้าเกิดความรำคาญ
ฟิลด์ทั้งหมดของ Schedule
หน้า Campaign Schedule มี 6 กลุ่มฟิลด์หลัก ควรตั้งค่าให้ครบทุกตัวก่อนกด Save:
Start Date — วันเริ่ม Campaign
คือวันที่ระบบจะเริ่มอนุญาตให้ Agent โทรออก หากเลือกวันในอนาคต Campaign จะอยู่ใน Status Scheduled เพื่อรอจนถึงวันที่ตั้งไว้
ตัวอย่าง: ตั้ง Start Date เป็น 01 มิ.ย. 2026 Campaign จะรออยู่จนกว่าจะถึงวันที่ 1 มิถุนายน 2026 เวลา 00:00 ตาม Timezone ที่ตั้งไว้
End Date — วันสิ้นสุด Campaign
คือวันที่ระบบจะ หยุดโทรออก ระบบจะไม่โทรออกใหม่หลังจากวันนี้ แม้จะยังมี Recipients เหลืออยู่ก็ตาม
ค่าแนะนำ: ตั้งเผื่อ 2-3 สัปดาห์จาก Start Date หากโทรครบก่อน Campaign จะจบลงเอง แต่หากตั้งช่วงสั้นเกินไป Recipients ที่เหลืออาจไม่ได้รับสาย
สูตรคำนวณโดยประมาณ:
- 1,000 Recipients × Weekly Schedule 09:00-19:00 × Max calls per hour 30 = ประมาณ 3-4 วันทำการ
- เผื่อ Retry และวันเสาร์-อาทิตย์ที่ไม่โทร ควรตั้ง End Date เผื่อไว้ 2 สัปดาห์
Weekly Schedule — ช่วงเวลาในแต่ละวัน
การ์ดนี้เปรียบเสมือนตารางเวรประจำสัปดาห์ แต่ละวันจะมีช่อง เวลาเริ่ม – เวลาสิ้นสุด ของวันนั้น
ค่ามาตรฐานสำหรับลูกค้าไทย:
| วัน | เวลาแนะนำ | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| จันทร์ – ศุกร์ | 09:00 – 19:00 | ช่วงเวลาทำงานปกติ |
| เสาร์ | 10:00 – 18:00 | เริ่มสายกว่าและเลิกเร็วกว่าปกติ |
| อาทิตย์ | ปิด หรือ 10:00 – 17:00 | หลายอุตสาหกรรมไม่โทรในวันอาทิตย์ |
การปิดวันใดวันหนึ่ง: ตั้งเวลาเริ่มเท่ากับเวลาสิ้นสุด (เช่น 00:00 – 00:00) ระบบจะไม่โทรออกในวันนั้น
Timezone — โซนเวลาที่ใช้อ้างอิง
กำหนดว่าเวลาใน Weekly Schedule อ้างอิงจากโซนเวลาใด หากเลือกผิดเขต Campaign จะโทรผิดเวลาทันที
สำหรับลูกค้าไทย: ใช้ Asia/Bangkok (GMT+7) เสมอ
กรณีพิเศษ:
- หากลูกค้ากระจายอยู่หลายประเทศ ให้สร้าง Campaign แยกตามประเทศ (1 Campaign ต่อ 1 Timezone)
- หากลูกค้าอยู่ในกลุ่ม CLMV (กัมพูชา ลาว พม่า เวียดนาม) ให้ใช้ Timezone ของประเทศนั้น ๆ ไม่ใช่ Bangkok
Max calls per hour — จำนวนสายสูงสุดต่อชั่วโมง
จำกัดปริมาณสายที่ Agent โทรออกใน 1 ชั่วโมง เพื่อป้องกันค่าใช้จ่ายที่สูงเกินไป และป้องกันไม่ให้เบอร์ของคุณถูก Carrier (ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์) ระงับ
ค่าแนะนำ:
- 30 สายต่อชั่วโมง ค่าเริ่มต้นที่ปลอดภัยสำหรับลูกค้าใหม่
- 100 สายต่อชั่วโมง สำหรับลูกค้าที่มี SIP Trunk (ช่องทางเชื่อมต่อสายโทรศัพท์เฉพาะ) ดู Phone Number
- 500 สายต่อชั่วโมงขึ้นไป ต้องประสานกับทีม Gowajee ก่อนเสมอ
Retry Policy — กฎการลองโทรซ้ำ
กำหนดว่าเมื่อสายแรกไม่สำเร็จ (No Answer คือไม่รับสาย หรือ Busy คือสายไม่ว่าง) ระบบควรลองโทรซ้ำหรือไม่ และอย่างไร ดูรายละเอียดในหัวข้อถัดไป
การลองโทรซ้ำ (Retry Policy) — ทำงานอย่างไร
ลูกค้าจำนวนมาก ไม่รับสายในครั้งแรก Retry Policy คือกฎที่กำหนดว่าจะลองโทรใหม่กี่ครั้ง เว้นระยะห่างเท่าใด และเมื่อใดจึงถือว่ายุติการโทร
ฟิลด์ใน Retry Policy
| ฟิลด์ | ความหมาย | ค่าแนะนำ |
|---|---|---|
| Retry on No Answer | เปิดหรือปิดการลองโทรซ้ำเมื่อลูกค้าไม่รับสาย | เปิด (ON) |
| Retry on Busy | เปิดหรือปิดการลองโทรซ้ำเมื่อสายไม่ว่าง | เปิด (ON) |
| Retry interval | ระยะเวลาที่เว้นห่างระหว่างการลองโทรแต่ละครั้ง (หน่วยเป็นชั่วโมง) | 3-4 ชั่วโมง |
| Max retries | จำนวนครั้งสูงสุดที่ระบบจะลองโทรก่อนยุติการโทร | 3 ครั้ง |
| Voicemail action | การดำเนินการเมื่อโทรไปแล้วพบข้อความเสียงตอบรับ (Voicemail) | ถือเป็น No Answer และ Retry |
ตัวอย่างไทม์ไลน์การ Retry
สมมติตั้งค่าดังนี้: Retry interval = 4 ชั่วโมง, Max retries = 3, Weekly Schedule = จันทร์-ศุกร์ 09:00-19:00
- 10:00 วันจันทร์ — โทรครั้งที่ 1 → No Answer
- 14:00 วันจันทร์ — โทรครั้งที่ 2 → No Answer
- 18:00 วันจันทร์ — โทรครั้งที่ 3 → No Answer → เปลี่ยน Status เป็น Failed (No Answer)
- ระบบจะไม่โทรหาเบอร์นี้อีกใน Campaign นี้
หากการโทรครั้งที่ 3 ตรงกับเวลา 20:00 (นอกช่วง Weekly Schedule) ระบบจะ เลื่อนไปเป็นวันถัดไปเวลา 09:00 โดยอัตโนมัติ และจะไม่โทรนอกเวลาที่กำหนดโดยเด็ดขาด
Timezone ที่ต้องระวัง
Timezone (โซนเวลา) เป็นจุดที่ผู้ใช้ตั้งค่าผิดบ่อยที่สุด หากตั้งผิด Campaign จะโทรผิดเวลาทันที
หลักการพื้นฐาน
- เวลาประเทศไทยคือ UTC+7 ตรงกับ
Asia/Bangkok - ทุกพื้นที่ในไทยใช้ Timezone เดียวกัน (ไม่มีการปรับเวลาตามฤดูกาล)
- หากระบบแสดงเวลาเป็น UTC โดยไม่ระบุ เวลาที่แสดงจะน้อยกว่าเวลาไทย 7 ชั่วโมง
ตัวอย่างปัญหาเรื่อง Timezone
❌ ตั้ง Weekly Schedule 09:00-19:00 แต่เลือก Timezone เป็น UTC
สิ่งที่เกิดขึ้น: ระบบตีความว่า 09:00 UTC เท่ากับ 16:00 เวลาไทย และ 19:00 UTC เท่ากับ 02:00 ของวันถัดไปตามเวลาไทย
ผลลัพธ์: Agent โทรหาลูกค้าตั้งแต่ 16:00 จนถึงตี 2 ของวันถัดไป ทำให้ลูกค้าได้รับสายในเวลากลางดึก
วิธีแก้: เปลี่ยน Timezone เป็น Asia/Bangkok (GMT+7) ทันที
❌ ลูกค้าอยู่เวียดนาม แต่ตั้ง Timezone เป็น Bangkok
สิ่งที่เกิดขึ้น: Bangkok และ Hanoi มีเวลาตรงกัน กรณีนี้จึงไม่แตกต่าง แต่หากเป็น Myanmar (UTC+6:30) จะคลาดเคลื่อน 30 นาที
วิธีแก้: เลือก Timezone ตาม ที่ตั้งของลูกค้า ไม่ใช่ที่ตั้งของคุณ
การยกเว้นวัน (Holiday Override)
ในบางวัน เช่น วันปีใหม่ สงกรานต์ หรือวันหยุดของบริษัท คุณอาจไม่ต้องการให้ Campaign โทรออก แม้จะตรงกับวันทำงานปกติใน Weekly Schedule
เปิดส่วน Schedule Overrides
ใต้การ์ด Weekly Schedule ให้คลิก + Add Override
ระบบจะเปิดช่องให้เลือก วันที่ และ การดำเนินการ (Skip คือไม่โทร ส่วน Custom Hours คือใช้เวลาพิเศษ)
เลือก Skip สำหรับวันหยุด
เลือกวันที่ แล้วตั้งเป็น Skip (ไม่โทร) ระบบจะไม่โทรออกในวันนั้นเลย
ตัวอย่าง:
13-15 เม.ย.— สงกรานต์ → Skip31 ธ.ค. – 2 ม.ค.— ปีใหม่ → Skipวันมาฆบูชา,วันวิสาขบูชา— Skip
ใช้ Custom Hours สำหรับวันพิเศษ
หากในวันนั้นต้องการโทรในช่วงเวลาที่แคบกว่าปกติ ให้เลือก Custom Hours แล้วตั้งช่วงเวลา
ตัวอย่าง: วันก่อนวันหยุดยาว อาจลด Weekly Schedule จาก 09:00-19:00 เหลือ 09:00-15:00 เพื่อหลีกเลี่ยงช่วงเวลาที่ลูกค้าออกเดินทาง
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
❌ ตั้ง Timezone ผิด — Campaign โทรหาลูกค้าตอนตี 3
อาการ: ลูกค้าโทรเข้ามาร้องเรียนว่าได้รับสายในช่วงตี 2-3 ผู้ใช้ตกใจเพราะตั้ง Weekly Schedule เป็น 09:00-19:00
สาเหตุ: Timezone เป็น UTC (ค่าเริ่มต้นของบางบัญชี) แทนที่จะเป็น Asia/Bangkok
วิธีแก้: Pause Campaign ทันที แก้ Timezone เป็น Asia/Bangkok (GMT+7) แล้ว Resume จากนั้นส่งคำขอโทษให้ลูกค้าที่ได้รับสายผิดเวลา
❌ ไม่ตั้ง Weekly Schedule — ระบบโทรตลอด 24 ชั่วโมง
อาการ: สร้าง Campaign เสร็จแล้วกด Save Schedule โดยไม่ตรวจสอบ Weekly Schedule ซึ่งในบางเวอร์ชันของระบบใช้ค่าเริ่มต้นเป็น 00:00 – 23:59
ผลลัพธ์: Campaign โทรหาลูกค้าในเวลากลางคืน ทำให้เกิดการร้องเรียนและเสียชื่อเสียงแบรนด์
วิธีแก้: ตั้ง Weekly Schedule ทุกวันก่อนกด Save เสมอ และตรวจสอบให้แน่ใจว่าเวลาที่แสดงคือ 09:00-19:00 ไม่ใช่ 00:00-23:59
❌ Retry Policy รุนแรงเกินไป — ลูกค้ารำคาญและ Block
อาการ: ตั้ง Max retries = 10 ครั้ง ร่วมกับ Interval = 30 นาที ทำให้ลูกค้าได้รับสายซ้ำ ๆ ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง
ผลลัพธ์: ถูกลูกค้า Block และถูก Carrier ระงับเบอร์ของคุณ
วิธีแก้: ใช้ค่าแนะนำ Max retries = 3 และ Interval = 4 ชั่วโมง จากนั้นค่อยปรับตามผลลัพธ์
❌ End Date ใกล้เกินไป — Recipients ที่เหลือไม่ได้รับสาย
อาการ: Campaign ที่มี 1,000 Recipients ตั้ง End Date เพียง 3 วัน เมื่อถึงเวลาจริงโทรได้เพียง 600 ราย Campaign จบที่ Status Completed แต่ลูกค้าครึ่งหลังไม่ได้รับสายเลย
วิธีแก้: ใช้สูตรประมาณการ (Recipients ÷ Max calls per hour ÷ ชั่วโมงทำงานต่อวัน) × 2 เป็นจำนวนวันสำรอง