เปิด Voice Agent →
🧩 Flow Editor

Testing — ทดสอบ Agent ก่อนเปิดสายจริง

ทดลองสนทนากับ Agent ในโหมด Chat เพื่อดูว่า Agent จะตอบอย่างไรในแต่ละสถานการณ์ ก่อนนำไปใช้กับลูกค้าจริง

Testing คืออะไร

Testing (โหมดทดสอบ) คือ โหมดจำลองการสนทนา ที่ให้คุณสวมบทเป็นลูกค้า โดยพิมพ์ข้อความถึง Agent แล้วสังเกตว่า Agent จะเดินไปตามเส้นทาง (Transition — เงื่อนไขในการไปยัง Node ถัดไป) ใด ตอบอย่างไร และเก็บค่าตัวแปร (Variable) ได้ถูกต้องหรือไม่

เปรียบเทียบให้เห็นภาพ: Testing เปรียบได้กับ การซักซ้อมพนักงานใหม่ก่อนรับสายจริง โดยผู้จัดการสวมบทเป็นลูกค้าที่โทรเข้ามา (ในที่นี้คือการพิมพ์ข้อความ) เพื่อตรวจสอบว่าพนักงานพูดถูกจังหวะ ตอบครบถ้วน และส่งต่อได้ทันเหตุการณ์หรือไม่

ทำไมต้องทดสอบก่อน Publish

เนื่องจาก Flow (ผังลำดับการสนทนา) ที่ดูสมบูรณ์บน Canvas (พื้นที่ทำงานตรงกลาง) อาจมีจุดบกพร่องที่มองไม่เห็นจนกว่าจะได้ทดลองสนทนาจริง เช่น

  • Transition ที่ครอบคลุมไม่ครบ — หากกำหนดเงื่อนไขไว้เพียง "ใช่/ไม่ใช่" แต่ลูกค้าตอบว่า "ยังลังเล" Agent จะติดอยู่ใน Node เดิม
  • Variable เก็บค่าไม่ครบ — หาก Agent ขอเลขบัตร 16 หลัก แต่ลูกค้าให้มา 13 หลัก ระบบจะไม่บันทึกค่า
  • Prompt (คำสั่งสำหรับ Agent) ไม่ชัดเจน — Agent อาจพูดไม่ตรงตามที่ออกแบบ เพราะ Prompt ตีความได้หลายความหมาย
  • ทางออกที่ครอบคลุมกรณีที่เหลือ (Fallback) ไม่ทำงาน — แม้ตั้งใจให้ถามใหม่เมื่อลูกค้าตอบไม่ตรงกับที่คาดไว้ แต่ Agent กลับจบสายไปเอง

วิธีเปิด Test Panel

ขั้นที่ 1

เปิดหน้า Flow Editor ของ Agent ที่ต้องการทดสอบ

ไปที่หน้า BUILD → AI Agents จากนั้นคลิกที่ Agent แล้วกดไอคอนรูปดินสอ (Edit Flow)

ขั้นที่ 2

คลิกแท็บ Testing ใน Panel ด้านขวา

ใน Panel (แผงควบคุม) ด้านขวาของ Canvas จะมีแท็บ 3 แท็บ ให้เลือกแท็บ Testing (แท็บกลาง)

Panel ด้านขวาจะเปลี่ยนเป็นกล่อง Chat Interface (หน้าจอสนทนา) ที่มีลักษณะคล้ายแอปพลิเคชันแชต

Testing tab in Flow Editor right panel showing chat interface
ขั้นที่ 3

กรอกค่า Variables (หากมี)

หาก Agent ใช้ Input Variable (ตัวแปรที่รับค่าจากภายนอก) เช่น customer_name หรือ debt_amount Test Panel จะมีช่องให้กรอกค่าก่อนเริ่มทดสอบ

ตัวอย่าง:

  • customer_name = สมชาย ใจดี
  • debt_amount = 12500
  • debt_due_date = 2026-06-15
ขั้นที่ 4

กดปุ่ม Start Test

Agent จะเริ่มทักทายตาม Node แรก (โดยปกติคือ Start Node ที่กำหนดไว้ใน Global Config)

บน Canvas Node ที่ Agent กำลังทำงานอยู่จะมี ขอบสีฟ้าเรืองแสง เพื่อให้คุณทราบว่าการทดสอบเดินมาถึง Node ใดแล้ว

ขั้นที่ 5

พิมพ์ตอบกลับในฐานะลูกค้า

พิมพ์ข้อความในช่อง Type your message... ด้านล่าง แล้วกด Enter

Agent จะดำเนินการดังนี้

  • ตอบกลับตาม Prompt ของ Node ปัจจุบัน
  • เดินไปยัง Node ถัดไปตาม Transition
  • หรือเก็บค่าลงใน Variable หากตรงตามเงื่อนไข
ขั้นที่ 6

กด Reset เพื่อเริ่มทดสอบใหม่

หลังทดสอบครบหนึ่งรอบ ให้กดปุ่ม Reset หรือ Restart เพื่อเริ่มใหม่ตั้งแต่ Node แรก

คุณสามารถเปลี่ยนค่า Variable แล้วทดสอบใหม่ได้ โดยทำซ้ำจนกว่าจะมั่นใจ

สถานการณ์ที่ควรทดสอบ — รายการตรวจสอบ

ก่อน Publish ครั้งแรก ควรทดสอบให้ครบทุกข้อต่อไปนี้

กลุ่ม Happy Path (กรณีลูกค้าให้ความร่วมมือ)

  • ✅ ลูกค้า ยืนยัน ทุกขั้นตอน แล้ว Agent เดินไปจนจบ Flow ตามปกติ
  • ✅ Agent เก็บ Variable ได้ครบถ้วน ตามที่ออกแบบไว้ (ตรวจดูได้ในแท็บ Post-Call Analytics)
  • ✅ จบสายด้วย End Node ที่ตั้งใจไว้ โดยไม่หลุดกลางทาง

กลุ่ม Edge Case (กรณีลูกค้าตอบไม่ตรงกับที่คาดไว้)

  • ✅ ลูกค้าตอบ "ไม่ใช่" ตั้งแต่ขั้นตอนแรก แล้ว Agent เดินไปยังทางออกที่ครอบคลุมกรณีนี้ (Fallback) ตามที่ออกแบบไว้
  • ✅ ลูกค้าตอบ คำกำกวม (เช่น "เอ่อ" หรือ "ก็...") แล้ว Agent ถามซ้ำหรือชี้แนะ โดยไม่เงียบไป
  • ✅ ลูกค้า เปลี่ยนเรื่อง กลางสาย แล้ว Agent จัดการได้ โดยไม่หยุดทำงาน
  • ✅ ลูกค้า ขอสนทนากับเจ้าหน้าที่ แล้ว Agent โอนสายผ่าน Transfer Node ที่ตั้งไว้

กลุ่ม Error Path (กรณีข้อมูลไม่ครบหรือไม่ถูกต้อง)

  • ✅ Variable มีค่าว่าง ตอนเริ่มต้น แล้ว Agent ขอข้อมูลเพิ่ม โดยไม่คาดเดาเอง
  • ✅ ลูกค้าให้ ตัวเลขผิดรูปแบบ (เช่น เบอร์โทรศัพท์ 9 หลัก) แล้ว Agent ขอใหม่
  • ✅ Function Node เรียก API ไม่สำเร็จ แล้ว Agent มีทางออก โดยไม่จบสายทั้งที่ยังไม่มีคำอธิบาย

วิธีอ่านผลการทดสอบ

ระหว่างการทดสอบ มีสัญญาณหลายอย่างที่ควรสังเกต ดังนี้

1. การไฮไลต์ Node บน Canvas

Node ที่ Agent กำลังทำงานอยู่จะมีขอบสีฟ้า ให้สังเกตว่า Agent เดินตามเส้นทางที่คุณคาดไว้หรือไม่

ปัญหา: หาก Agent ข้ามไปยัง Node ที่ไม่ควรไป ให้ตรวจสอบ Transition ระหว่าง Node ทั้งสอง

2. ข้อความในหน้าสนทนา

คำตอบของ Agent ควรตรงกับ Prompt ของ Node หากคลาดเคลื่อน แสดงว่า Prompt ยังไม่ชัดเจนพอ

ปัญหา: หาก Agent พูดยาวหรือสั้นเกินไป ให้เพิ่มคำกำกับต่อท้าย Prompt เช่น "ตอบสั้น ไม่เกิน 2 ประโยค"

3. Variable Tracker (ตัวติดตามค่าตัวแปร)

Test Panel จะแสดงรายการ Variable ที่ Agent เก็บค่าได้แล้ว ณ ขณะนั้น (ค่าปัจจุบัน)

ปัญหา: หาก Variable ที่ควรเก็บกลับไม่มีค่า ให้ตรวจสอบว่า Prompt ของ Node นั้นได้ระบุให้ Agent ถามและบันทึกค่าแล้วหรือยัง

4. Transcript (บันทึกบทสนทนา)

หลังจบการทดสอบ ให้ดู Transcript ทั้งสายในแท็บ Testing เพื่อตรวจสอบอีกครั้ง

คุณสามารถส่งออกเป็นข้อความเพื่อแบ่งปันให้ทีมหรือเก็บไว้เป็นข้อมูลอ้างอิงได้

ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อย

❌ ทดสอบเฉพาะ Happy Path

อาการ: ทดลองตอบเพียง "ครับ" หรือ "ใช่" เท่านั้น แล้วเข้าใจว่า Agent พร้อม Publish

ผลที่ตามมา: เมื่อลูกค้าจริงตอบว่า "ไม่แน่ใจ" Agent จะไม่ทราบว่าต้องดำเนินการต่ออย่างไร

วิธีแก้: ใช้รายการตรวจสอบในหัวข้อสถานการณ์ด้านบน โดยทดสอบทั้ง Happy Path, Edge Case และ Error Path

❌ ทดสอบโดยไม่กรอก Variable

อาการ: ปล่อยให้ Variable มีค่าว่าง ทำให้ Agent พูด ยอดของคุณ {{debt_amount}} บาท ออกมาตรง ๆ

วิธีแก้: กรอกค่าทดสอบทุกครั้งก่อนกด Start Test โดยใช้ค่าที่เสมือนลูกค้าจริง

❌ ทดสอบใน Draft แล้ว Publish โดยไม่ทดสอบซ้ำหลังแก้ไข

อาการ: แก้ Prompt ของ Node หลังจากทดสอบไปแล้ว แต่ลืมทดสอบซ้ำ จึงปล่อยให้ลูกค้าพบกับเวอร์ชันที่ยังไม่ได้ตรวจสอบ

วิธีแก้: ทดสอบใหม่ทุกครั้งหลังแก้ Prompt หรือ Transition ใน Node สำคัญ

❌ คาดหวังว่าการทดสอบจะเหมือนสถานการณ์จริงทุกประการ

อาการ: ทดสอบแล้วทุกอย่างผ่าน แต่เมื่อ Publish จริงกลับพบปัญหา

เหตุผล: การทดสอบเป็นแบบ ข้อความ (Text-based) จึงไม่มีการรับรู้เสียง (Voice Recognition) ไม่มีเสียงรบกวน และไม่มีจังหวะการพูดของคนจริง

วิธีแก้: หลังทดสอบใน Editor แล้ว ให้ใช้ เบอร์ทดสอบ โทรเข้าและออกจริง ก่อนเปิดให้ลูกค้าจริงโทรเข้ามา

คัดลอกลิงก์แล้ว ✓