เปิด Voice Agent →
🚀 Quick Start

ขั้นที่ 3 — ตั้งเวลา Campaign

กำหนดเวลาให้ Agent เริ่มโทร โดยเลือกได้ทั้งแบบเริ่มทันที หรือกำหนดวันและเวลาในอนาคต

จะทำอะไรในขั้นนี้

ในขั้นนี้ คุณจะตั้งค่า Campaign Schedule (ตารางเวลาของแคมเปญ) เพื่อกำหนดให้ระบบทราบว่าจะให้ Agent (พนักงาน AI ที่โทรหาลูกค้าแทนคุณ) เริ่มโทรเมื่อใด ตั้งแต่วันไหนถึงวันไหน และในแต่ละวันโทรได้ตั้งแต่เวลาใดถึงเวลาใด

เปรียบเทียบให้เห็นภาพ: Campaign Schedule เปรียบได้กับ ตารางเวรของพนักงาน ซึ่งระบุว่าพนักงานเข้าทำงานวันใดบ้าง และในแต่ละวันเริ่มงานถึงเลิกงานเวลาใด Agent จะโทรหาลูกค้าเฉพาะในช่วงเวลาที่กำหนดไว้เท่านั้น หากอยู่นอกช่วงเวลา ระบบจะรอจนถึงรอบถัดไป

หน้าจอที่จะใช้

การตั้งเวลา Campaign อยู่ในส่วน Campaign Schedule ของหน้า Campaign Detail (หน้ารายละเอียดแคมเปญ) คุณกรอกได้ตั้งแต่ตอนสร้าง หรือแก้ไขภายหลังก็ได้ โปรดดูภาพรวมก่อนว่าเครื่องมือแต่ละส่วนอยู่ตำแหน่งใด

Campaign Detail page with Campaign Schedule section 123456
หน้า Campaign Detail — มี Campaign Schedule + Weekly Schedule
  1. 1
    ชื่อ Campaign และสถานะ

    แสดงชื่อและสถานะปัจจุบันของแคมเปญ (Completed / Calling / Not Started)

  2. 2
    Campaign Schedule

    หัวข้อหลักของการตั้งเวลา

  3. 3
    Start Date

    วันเริ่มแคมเปญ ระบบจะโทรออกตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

  4. 4
    End Date

    วันสิ้นสุด ระบบจะไม่โทรออกหลังจากวันนี้

  5. 5
    Weekly Schedule

    ช่วงเวลาที่อนุญาตให้โทรในแต่ละวันของอาทิตย์ (ใช้กับ Campaign ยาว ๆ ที่ต้องโทรข้ามวัน)

  6. 6
    Auto Retry

    โทรซ้ำหาลูกค้าที่ไม่ได้รับสายอัตโนมัติ

3 ขั้นตอนง่าย ๆ เพื่อเริ่มโทร

ขั้นที่ 1

เปิดหน้า Campaign Detail

หลังจากสร้าง Campaign ในขั้นที่ 2 แล้ว ระบบจะพาคุณเข้าสู่หน้า Campaign Detail โดยอัตโนมัติ

หากคุณออกจากหน้านี้ไปแล้ว ให้เปิดรายการ Campaigns อีกครั้ง แล้วคลิกที่ชื่อ Campaign ที่คุณสร้างไว้

จากนั้นเลื่อนลงมาที่การ์ด Campaign Schedule

เปิดหน้า Campaign Detail
ขั้นที่ 2

ตั้งค่าว่าจะเริ่มโทรเมื่อไหร่

Schedule Type เลือกว่าจะเริ่มโทรเลย (Send Now) หรือ จะตั้งเวลาไว้ว่าจะให้เริ่มโทรออกเมื่อไหร่ (Schedule)


การตั้งค่า Schedule

Start Date คือวันเริ่มแคมเปญ ระบบจะเริ่มโทรออกตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

End Date (Deadline) คือวันสิ้นสุดการโทร ระบบจะไม่โทรออกหาลูกค้าที่ยังโทรไม่ครับหลังจากวันนี้

*ไม่จำเป็นต้องตั้งค่า End Date ถ้าไม่ต้องการกำหนด Deadline

ตัวอย่างหากต้องการตั้งค่า: หากตั้ง Start Date เป็น 01 Nov 2025 13:00 และ End Date เป็น 02 Nov 2025 11:00 แคมเปญจะทำงาน 01 Nov 2025 13:00 ถึง 01 Nov 2025 19:00 (ระบบไม่โทรหลัง 19:00 ตามที่ตั้งไว้ใน Weekly Schedule) และเริ่มอีกที 02 Nov 2025 09:00 ถึง 02 Nov 2025 11:00

หากยังเหลือเบอร์ที่ยังไม่ได้โทร ระบบจะไม่โทรแล้วและเปลี่ยนสถานะ Campaign เป็น Expired

หากระบบโทรครบทุกเบอร์แล้ว จะเปลี่ยนสถานะ Campaign เป็น Completed ทันทีไม่ต้องรอถึง Deadline

ขั้นที่ 3

ตั้งค่า Weekly Schedule (ช่วงเวลาในแต่ละวัน)

การ์ดนี้เปรียบเสมือนตารางเวรประจำสัปดาห์ โดยแต่ละวัน (จันทร์ถึงอาทิตย์) จะมีช่อง เวลาเริ่ม – เวลาสิ้นสุด ของวันนั้น

ตัวอย่างที่เหมาะสม (ตามภาพประกอบ):

  • จันทร์ – ศุกร์: 09:00 – 19:00 (เวลาทำงานปกติ)
  • เสาร์ – อาทิตย์: 10:00 – 19:00 (เริ่มสายขึ้นในวันหยุด)

นอกช่วงเวลาที่กำหนดนี้ ระบบจะ ไม่โทรออก แม้ว่า Campaign จะอยู่ในสถานะ Active ก็ตาม

ขั้นที่ 4

กด Start Campaign

กดปุ่ม Start Campaign เพื่อเริ่ม Schedule การโทร

Campaign จะเปลี่ยนสถานะตามที่คุณตั้งไว้ ดังนี้

  • Calling — หาก Start Date คือวันนี้ และอยู่ในช่วงเวลาที่กำหนด ระบบจะเริ่มโทรทันที
  • Scheduled — หาก Start Date คือวันในอนาคต ระบบจะรอจนถึงวันนั้น

เสร็จแล้ว — ขั้นถัดไป

ขณะนี้ Campaign กำลังจะเริ่มโทรออก ขั้นถัดไปคือการตรวจสอบผลของแต่ละสายในหน้า Call Log

ดู Call Log →

คัดลอกลิงก์แล้ว ✓