เปิด Voice Agent →
บทที่ 07 / 09
78% เสร็จแล้ว

สร้าง Campaign — เตรียมไฟล์ CSV และอัปโหลด

ตั้งชื่อ Campaign เลือก Agent ดาวน์โหลด Template กรอกข้อมูลใน Excel แล้วอัปโหลด — ครบทุกขั้นตอนในบทเรียนเดียว

▶ 7:00 📄 อ่านได้ใน 5 นาที 🎯 ระดับเริ่มต้น
Screenshot: สร้าง Campaign — เตรียมไฟล์ CSV และอัปโหลด
หน้าจอจริงในแพลตฟอร์ม: /dashboard/build/campaigns

Campaign (ชุดงานโทรออก) คือรายการงานที่ Agent (ผู้ช่วย AI) จะโทรออกให้คุณตามรายชื่อที่กำหนด บทเรียนนี้ครอบคลุมทุกขั้นตอน ตั้งแต่การตั้งชื่อ Campaign ไปจนถึงการอัปโหลดไฟล์ CSV (ไฟล์ตารางรายชื่อลูกค้า)

ขั้นที่ 1

เปิดหน้า Campaigns

ที่แถบเมนูด้านซ้าย (Sidebar) ให้เลือก BUILD → Campaigns

หน้านี้จะแสดง Campaign ทั้งหมดของคุณ พร้อมสถานะ (Completed / Calling / Not Started) และจำนวน Recipients (ผู้รับสาย)

ที่มุมขวาบน ให้กดปุ่ม + Create Campaign เพื่อสร้าง Campaign ใหม่

เปิดหน้า Campaigns
ขั้นที่ 2

ตั้งชื่อ Campaign

ระบบจะพาคุณเข้าสู่หน้า Create Campaign ให้กรอกชื่อในช่อง Campaign Name

ควรตั้งชื่อให้สื่อถึงงานและช่วงเวลา เช่น ติดตามหนี้รอบ พ.ค. 2026 หรือ ต่ออายุประกัน Q2

หากตั้งชื่อให้ชัดเจน เมื่อมี Campaign สะสมจำนวนมาก คุณจะค้นหา Reports (รายงานผล) ของ Campaign เก่าได้ง่ายขึ้น

ตั้งชื่อ Campaign
ขั้นที่ 3

เลือก AI Agent

ที่ช่องเลือก (Dropdown) AI Agent ให้เลือก Agent ที่ต้องการใช้ทำงานใน Campaign นี้

Agent ที่เลือกต้องผ่านการ Publish (เผยแพร่ใช้งาน) มาแล้ว (ตามบทที่ 4) โดย Campaign จะใช้ Flow (ผังการทำงานของ Agent) เวอร์ชันล่าสุดที่ Publish ไว้

หนึ่ง Campaign ใช้ได้หนึ่ง Agent เท่านั้น หากต้องการใช้ Agent คนละแบบ ให้สร้าง Campaign แยกกัน

เลือก AI Agent
ขั้นที่ 4

กด Download CSV Template

หลังจากเลือก Agent แล้ว ปุ่ม Download CSV Template (ดาวน์โหลดไฟล์ต้นแบบ) จะปรากฏขึ้นข้างข้อความ Upload Campaign Data

ให้กดปุ่มนี้เพื่อดาวน์โหลด Template (ไฟล์ต้นแบบ) ระบบจะสร้างไฟล์ CSV ที่มี คอลัมน์ตรงกับตัวแปร ของ Agent ที่คุณเลือกไว้ (Variables หรือตัวแปร ที่กำหนดไว้ใน AI Flow ตามบทที่ 4)

เหตุใดจึงต้องใช้ Template? เนื่องจาก Agent แต่ละตัวต้องการตัวแปรไม่เหมือนกัน การใช้ Template จะช่วยป้องกันไม่ให้คุณกรอกข้อมูลผิดคอลัมน์

กด Download CSV Template
ขั้นที่ 5

ดูคอลัมน์ที่ต้องมีใน CSV

ใต้กล่อง Upload จะมีการ์ด Required CSV Format ซึ่งระบุอย่างชัดเจนว่าไฟล์ CSV ต้องมีคอลัมน์ใดบ้าง

ต่อไปนี้เป็นตัวอย่างจาก Agent สำหรับงานติดตามหนี้ (Debt Collection):

คอลัมน์ใน Template พร้อมตัวอย่างข้อมูลที่กรอกแล้ว
telcustomer_namedebt_amountdebt_detailmin_paymentdebt_due_datecallcenter_contact
0812345678สมชาย ใจดี12500ค่าบัตรเครดิตค้างชำระ5002026-06-1502-123-4567
0898765432ฉัตรชัย รุ่งเรือง8900ผ่อนชำระสินค้า3002026-06-2002-123-4567
0856781234มาลี สวยงาม5400ค่างวดสินเชื่อ2002026-06-2502-123-4567
ดาวน์โหลด CSV Template ตัวอย่าง

คอลัมน์ที่ระบบกำหนดมาให้เสมอ:

  • tel — เบอร์โทรของลูกค้า (จำเป็นต้องมี เนื่องจากใช้สำหรับโทรออก)
  • customer_name — ชื่อลูกค้า

คอลัมน์ที่เหลือมาจาก Variables ใน AI Flow ในกรณีของ Debt Collection Agent จะมีคอลัมน์ debt_amount, debt_detail, min_payment, debt_due_date และ callcenter_contact

หาก Agent ของคุณใช้ Template อื่น คอลัมน์เพิ่มเติมจะแตกต่างออกไป ให้ยึดตาม Template ที่ดาวน์โหลดมาเป็นหลัก

ดูคอลัมน์ที่ต้องมีใน CSV
ขั้นที่ 6

เปิด Template ด้วย Excel แล้วกรอกข้อมูล

ให้ดับเบิลคลิกที่ไฟล์ Template ที่ดาวน์โหลดมา โปรแกรม Excel จะเปิดไฟล์ให้โดยอัตโนมัติ

ใน Template จะมีแถวตัวอย่างที่แสดง Placeholder (ข้อความตัวอย่าง) อธิบายแต่ละคอลัมน์ เช่น (number - required) - The amount of the debt ให้คุณแทนที่ด้วยข้อมูลจริงของลูกค้า

ข้อกำหนดในการกรอกข้อมูล:

  • คอลัมน์ tel — เบอร์โทร 10 หลัก ในรูปแบบ 0812345678 หรือ +66812345678 (ห้ามมีขีดหรือเว้นวรรค)
  • คอลัมน์ customer_name — ชื่อลูกค้า สามารถใช้ภาษาไทยได้ (Agent จะอ่านออกเสียงชื่อนี้)
  • คอลัมน์ที่เหลือ — ให้กรอกตามชนิดข้อมูล (Type) ที่ Template ระบุไว้ ได้แก่ number ให้ใส่ตัวเลข, text ให้ใส่ข้อความ และ date ให้ใส่รูปแบบ YYYY-MM-DD
  • ห้ามเปลี่ยนชื่อคอลัมน์ เพราะระบบจะค้นหาตัวแปรไม่พบ
  • ให้ลบแถวว่างทั้งหมด ก่อนบันทึกไฟล์
เปิด Template ด้วย Excel แล้วกรอกข้อมูล
ขั้นที่ 7

Save As → CSV UTF-8

ใน Excel ให้เลือก File → Save As

เลือกรูปแบบไฟล์ (Format) เป็น CSV UTF-8 (Comma delimited) (.csv) ห้ามเลือก CSV (Windows) หรือ CSV (Macintosh) เพราะตัวอักษรภาษาไทยจะแสดงผลผิดเพี้ยน

ควรตั้งชื่อไฟล์เป็นภาษาอังกฤษ (เช่น customers-may-2026.csv) เพื่อป้องกันปัญหาขณะอัปโหลด

ตรวจสอบไฟล์ก่อนอัปโหลด: ให้เปิดไฟล์ CSV ที่บันทึกแล้วด้วยโปรแกรม Text Editor (เช่น Notepad, TextEdit หรือ VS Code) ภาษาไทยต้องอ่านออกได้ ต้องไม่แสดงเป็น ??? หรือสัญลักษณ์ที่ผิดเพี้ยน

Save As → CSV UTF-8
ขั้นที่ 8

อัปโหลดไฟล์ CSV

กลับไปที่หน้า Create Campaign แล้วลากไฟล์ CSV ที่กรอกข้อมูลเสร็จแล้วมาวางในกรอบ Drop or Select CSV file หรือกด browse เพื่อเลือกไฟล์จากเครื่องของคุณ

ระบบจะแสดง Preview (ตัวอย่างข้อมูล) ของรายชื่อทางด้านขวา ให้ตรวจสอบว่าคอลัมน์ตรงกันและแถวเรียงถูกต้อง ก่อนที่จะดำเนินการต่อ

อัปโหลดไฟล์ CSV
ขั้นที่ 9

กด + Create Campaign เพื่อเริ่ม

ที่มุมขวาล่าง ให้กด + Create Campaign

Campaign จะเข้าสู่สถานะ Not Started (ยังไม่เริ่ม) ก่อน คุณสามารถตรวจสอบและกด Start เพื่อเริ่มงานได้ที่หน้า Campaign Details (รายละเอียด Campaign)

ขณะที่ Campaign กำลังทำงาน คุณสามารถดูผลของแต่ละสายแบบเรียลไทม์ได้ที่ Call Logs (ตามบทที่ 8)

กด + Create Campaign เพื่อเริ่ม

บทเรียนนี้มีประโยชน์ไหม?

← 06